ระเบียบ แบบธรรมเนียม และคู่มือการฝึก
คำแนะนำการใช้คู่มือและการใช้คำบอก
แนวทางการใช้คู่มือการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า ประเภทของคำบอก 4 ประเภท และขั้นตอนการฝึก
ปรับปรุงล่าสุด
สารบัญ (8 หัวข้อ)
คำแนะนำการใช้คู่มือการฝึก
หน่วยทหารในพระองค์ หน่วยทหารรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ และหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ รวมทั้งหน่วยทหารอื่นๆ ที่มีหน้าที่ในการถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติ แด่องค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ จำเป็นจะต้องศึกษาพระราชกรณียกิจ พระราชประเพณี แบบธรรมเนียมของทหารรักษาพระองค์ ตลอดจนพระราชนิยม ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ และปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกาลเทศะ
การจะถวายพระเกียรติได้อย่างสูงสุดนั้น กำลังพลทุกนายจะต้องมีพื้นฐานการฝึก การปฏิบัติที่ถูกต้อง ตามแบบมาตรฐานของหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (น.ทม.รอ.) ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
โครงสร้างสื่อการฝึก
คู่มือการฝึกประกอบไปด้วย:
- เอกสารตำรา: จำนวน 1 เล่ม แบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 บท ได้แก่:
- บทที่ 1: แบบฝึกบุคคลท่ามือเปล่า
- บทที่ 2: การฝึกแถวชิด
- บทที่ 3: ท่ากายบริหารมือเปล่า
- สื่อโสตทัศน์: แผ่นบันทึกข้อมูล (DVD) จำนวน 1 แผ่น
ประเภทของคำบอก 4 ประเภท
การออกคำสั่งหรือการใช้คำบอกเป็นสิ่งสำคัญในการปฏิบัติท่าฝึกต่างๆ ซึ่งแต่ละท่าจะมีการใช้คำบอกที่แตกต่างกัน โดยลักษณะคำบอกจะเป็นเครื่องบ่งชี้ลักษณะการปฏิบัติของท่านั้นๆ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่:
1. คำบอกแบ่ง
เป็นคำบอกที่ใช้เพื่อออกคำสั่งสำหรับท่าฝึกที่ส่วนใหญ่มักกำหนดไว้ให้ปฏิบัติได้เป็นจังหวะเดียวหรือแบ่งเป็นจังหวะๆ ได้
- ลักษณะการใช้น้ำเสียง: ผู้บอกจะต้องเปล่งเสียงคำแรกด้วยการลากเสียงค่อนข้างยาว แล้วเว้นจังหวะไว้เล็กน้อย ก่อนที่จะเปล่งเสียงคำหลังด้วยการเน้นเสียงให้หนักและสั้น
- เครื่องหมายที่ใช้: ใช้เครื่องหมายยัติภังค์ ( - ) คั่นกลางระหว่างคำหน้าและคำหลัง
- ตัวอย่าง: “ขวา - หัน”, “ซ้าย - หัน”, “กลับหลัง - หัน”
2. คำบอกเป็นคำๆ
เป็นคำบอกที่ใช้เพื่อออกคำสั่งสำหรับท่าฝึกที่ส่วนใหญ่มักจะไม่กำหนดให้แบ่งเป็นจังหวะๆ (แต่สามารถแบ่งการฝึกออกเป็นตอนๆ ได้) และไม่จำเป็นต้องลากเสียงยืดยาว
- ลักษณะการใช้น้ำเสียง: ผู้บอกจะต้องเปล่งเสียงทั้งคำแรกและคำหลังด้วยน้ำหนักเสียงที่เท่าๆ กัน โดยเว้นจังหวะระหว่างคำไว้เล็กน้อย ไม่ต้องลากเสียงยาวในคำแรก และไม่ต้องเน้นหนักในคำหลังเหมือนคำบอกแบ่ง
- เครื่องหมายที่ใช้: ใช้เครื่องหมายจุลภาค ( , ) คั่นกลางระหว่างคำหน้าและคำหลัง
- ตัวอย่าง: “ตามระเบียบ, พัก”, “พัก, แถว”
3. คำบอกรวด
เป็นคำบอกที่ใช้เพื่อออกคำสั่งสำหรับท่าฝึกที่ไม่แบ่งเป็นจังหวะ และเป็นคำสั่งที่ไม่ยืดยาว ไม่มีหลายพยางค์ จึงไม่มีความจำเป็นต้องแบ่งจังหวะการสั่ง
- ลักษณะการใช้น้ำเสียง: ไม่ว่าจะมีกี่พยางค์ก็ตาม ผู้บอกจะต้องบอกรวดเดียวจบโดยวางน้ำหนักเสียงเป็นระดับเดียวกัน
- เครื่องหมายที่ใช้: เขียนเป็นคำติดต่อกันทั้งหมด ไม่ใช้เครื่องหมายใดๆ ทั้งสิ้น
- ตัวอย่าง: “ถอดหมวก”, “สวมหมวก”, “เลิกแถว”
4. คำบอกผสม
เป็นคำบอกที่มีลักษณะผสมผสาน โดยคำบอกในคำแรกมีลักษณะเหมือนคำบอกเป็นคำๆ และคำบอกในห้วงหลังมีลักษณะเป็นคำบอกแบ่ง
- ลักษณะการใช้น้ำเสียง: เปล่งเสียงคำบอกห้วงแรกด้วยน้ำหนักปกติเหมือนคำบอกเป็นคำๆ เว้นจังหวะ จากนั้นในห้วงหลังเปล่งเสียงลากยาวในคำแรกและเน้นเสียงหนักสั้นในคำสุดท้ายเหมือนคำบอกแบ่ง
- เครื่องหมายที่ใช้: ใช้เครื่องหมายจุลภาค ( , ) คั่นระหว่างห้วงแรกกับห้วงหลัง และใช้ยัติภังค์ ( - ) คั่นระหว่างคำบอกห้วงหลัง
- ตัวอย่าง: “วิ่ง, หน้า - วิ่ง”, “ก้าวถอยหลัง, ทำ - ได้”
ลำดับขั้นตอนในการฝึก
ในการฝึกท่าทางต่างๆ ควรดำเนินการตามลำดับขั้นตอนเพื่อสร้างความคุ้นเคยและความแม่นยำ:
- การฝึกแบบปิดขั้นตอน: สมควรฝึกแบบปิดขั้นตอนจนทหารปฏิบัติได้คล่องแคล่วและถูกต้องตามแบบแผนเสียก่อน ซึ่งการใช้คำบอกในการฝึกแบบปิดขั้นตอนจะระบุคำว่า “ปิดจังหวะ” หรือสั่งการทีละขั้นตอนเพื่อตรวจสอบจุดบกพร่อง
- การฝึกแบบเปิดขั้นตอน: เมื่อปฏิบัติแบบปิดขั้นตอนได้ชำนาญแล้ว จึงขยับไปฝึกแบบเปิดขั้นตอน ซึ่งเป็นการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตามจังหวะปกติของการฝึกจริง