- 1. เรื่องที่จะทำการฝึก
บุคคลท่าอาวุธ “ท่าแบกอาวุธ”
- 2. ความมุ่งหมาย
เพื่อให้ปฏิบัติได้ถูกต้องตามแบบฝึกและเป็นระเบียบแบบแผนเดียวกันของกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
- 3. ประโยชน์หรือโอกาสที่ใช้
ใช้ในการเดินสวนสนามพิธีต่างๆ การเดินเปลี่ยนยาม หรือการเคลื่อนที่ระยะไกล
- 4. คำบอก
เป็นคำบอก “แบ่ง” ใช้คำบอก “แบก - อาวุธ”
- 5. การปฏิบัติ
แบ่งออกเป็น 2 จังหวะ
ลำดับการปฏิบัติ
2 จังหวะจังหวะหนึ่ง

เมื่อได้ยินคำบอก “แบกอาวุธจังหวะ - หนึ่ง” ให้ผู้ปฏิบัติใช้มือขวาที่จับปืนอยู่ในท่าเรียบอาวุธเปลี่ยนมากำปืนบริเวณใต้โครงศูนย์หน้า และยกปืนขึ้นให้เฉียงผ่านหน้าลำตัวในลักษณะม้วนข้อมือให้บิดเข้าหาลำตัว โกร่งไกปืนชี้ไปด้านหลัง แล้วนำพานท้ายปืนมาชิดกับตะเข็บกางเกงทางด้านข้างของโคนขาซ้าย โดยให้มือขวานำลำกล้องปืนเข้าไปในร่องไหล่ซ้าย ข้อศอกขวาเปิดให้ขนานกับพื้น พร้อมกันนั้นใช้ฝ่ามือซ้ายมาตบจับพานท้ายปืน แขนซ้ายเหยียดตึงและกระชับไว้ที่ข้างโคนขาซ้ายตรงแนวตะเข็บขากางเกง พร้อมกับใช้อุ้งมือรองจับฐานพานท้าย และจับไว้ในลักษณะที่ให้นิ้วหัวแม่มือซ้ายกดสันพานท้ายปืนไว้เหนือฐานสันพานท้ายปืนเล็กน้อย นิ้วทั้งสี่เรียงชิดติดกัน ปลายนิ้วทาบไปตามพานท้ายปืนด้านใน จากนั้นเลื่อนมือขวาที่กำรอบฝาครอบลำกล้อง ลงมาอยู่แนวระดับหัวไหล่ซ้าย ข้อศอกยังคงเปิดขนานพื้น
จังหวะสอง

เมื่อได้ยินคำบอก “แบกอาวุธจังหวะ - สอง ” ให้ผู้ปฏิบัติยกมือซ้ายที่กำพานท้ายปืนอยู่นั้นขึ้นไปข้างหน้าให้แขนท่อนล่างตั้งฉากกับลำตัวในแนวระดับ และขนานกับพื้น ยกปืนขึ้นข้างบนให้ช่องใส่ซองกระสุนอยู่ประมาณบนบ่าซ้าย แขนซ้ายท่อนบนแนบชิดติดลำตัวเสมอกับแนวแผ่นหลัง พร้อมกันนั้นสะบัดมือขวา (ในลักษณะการฟันมือ) กลับไปอยู่ในท่าตรงอย่างแข็งแรง 1.เรื่องที่จะทำการฝึก : บุคคลท่าอาวุธ “ท่าแบกอาวุธ” 2.ความมุ่งหมาย : เพื่อให้ปฏิบัติได้ถูกต้องตามแบบฝึกและเป็นระเบียบแบบแผนเดียวกันของกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 3.ประโยชน์ : ใช้ในการเดินสวนสนามพิธีต่างๆ การเดินเปลี่ยนยาม หรือการเคลื่อนที่ระยะไกล 4.คำบอก : เป็นคำบอก “แบ่ง” ใช้คำบอก “แบก - อาวุธ” โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์