- 1. เรื่องที่จะทำการฝึก
บุคคลท่าอาวุธ “ท่าสะพายอาวุธ”
- 2. ความมุ่งหมาย
เพื่อให้ปฏิบัติได้ถูกต้องตามแบบฝึกและเป็นระเบียบแบบแผนเดียวกันของกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
- 3. ประโยชน์หรือโอกาสที่ใช้
ใช้ในโอกาสที่ต้องการพกพาอาวุธเคลื่อนที่ในระยะไกล
- 4. คำบอก
เป็นคำบอก “เป็นคำๆ” ใช้คำบอก “สะพาย, อาวุธ”
- 5. การปฏิบัติ
แบ่งออกเป็น 3 ตอน
ลำดับการปฏิบัติ
3 ตอนตอนที่หนึ่ง

เมื่อได้ยินคำบอก “สะพายอาวุธ, ตอนที่หนึ่ง” ให้ผู้ปฏิบัติใช้มือขวายกปืนขึ้นมาในลักษณะคีบเช่นเดิมจนมือขวาอยู่ระดับแนวเข็มขัด ข้อศอกขวางอตามธรรมชาติไม่แบะไปข้างหน้าหรือข้างหลัง แนวปืนตั้งฉากกับพื้นและแนบติดกับข้างขาขวา พร้อมกันนั้นให้ใช้มือซ้ายเอื้อมไปจับสายสะพายบริเวณใต้หูกระวินบนด้วยการปลายนิ้วทั้งห้าลักษณะการอบแล้วดึงสายสะพายออกไปด้านหน้าเล็กน้อยจนสายสะพายระหว่างหูกระวินบนกับนิ้วมือที่จับตึงขนานกับพื้น ข้อมือซ้ายอยู่สูงประมาณแนวเข็มขัด ส่วนอื่นๆ ของร่างกายยังคงอยู่ในลักษณะของท่าตรง สายตามองตรงไปด้านหน้าในแนวระดับ
ตอนที่สอง

เมื่อได้ยินคำบอก “สะพายอาวุธ, ตอนที่สอง” ให้ผู้ปฏิบัติใช้มือทั้งสองยกปืนให้สูงขึ้นในแนวดิ่ง โดยค่อนไปข้างหน้าเล็กน้อยจนมือทั้งสองข้างอยู่ประมาณหน้าอก และปล่อยมือขวาออกจากปืนให้น้ำหนักปืนอยู่ที่มือซ้ายซึ่งจับสายสะพายปืน จากนั้นใช้มือขวาสอดเข้าไปในระหว่างสายสะพายกับตัวปืนแล้วเอื้อมมือขวาไปจับที่หูกระวินล่าง โดยให้นิ้วหัวแม่มือขวาอยู่ด้านในและนิ้วทั้งสี่เรียงชิดติดกันอยู่ด้านนอก ในลักษณะใช้ง่ามมือคีบสายสะพายบริเวณที่ติดกับหูกระวินล่างโดยให้นิ้วทั้งสี่คร่อมหูกระวินล่างไว้ พร้อมกันนั้นใช้มือซ้ายนำสายสะพายขึ้นพาดบนไหล่ข้างขวา และจัดสายสะพายไม่ให้บิดแล้วเลื่อนมือซ้ายลงมากำหลวมที่สายสะพายบริเวณร่องไหล่ขวา ข้อศอกซ้ายเปิดขนานกับพื้นมือขวากดพานท้ายปืนให้แนบชิดกับสะโพก
ตอนที่สาม

เมื่อได้ยินคำบอก “สะพายอาวุธ, ตอนที่สาม” ให้ผู้ปฏิบัติเลื่อนมือขวาขึ้นมาจับสายสะพายสูงประมาณระดับอกในลักษณะการอบนิ้วทั้งสี่เรียงชิดติดกัน ข้อศอกขวากดปืนให้แนบชิดกับลำตัว จากนั้นสะบัดมือซ้าย (ในลักษณะการฟันมือ) ลงมาข้างขาซ้ายอย่างแข็งแรงอยู่ในลักษณะท่าตรง จากนั้นให้ปฏิบัติท่ายกอก โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์